ตึกสันติไมตรี
ตึกสันติไมตรีประกอบด้วยอาคารสองหลัง คือ ตึกสันติไมตรีหลังนอก และตึกสันติไมตรีหลังใน
building

เป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงประมาณ ๑ เมตร ตึกทาสีเหลืองอร่าม มีรูปปั้นสิงโตคู่สีขาวหมอบอยู่บริเวณประตูทางขึ้นตัวหนึ่งตื่น ตัวหนึ่งหลับ เป็นผลงานของประติมากรเอกชาวอิตาลี อันโตนิโอ คาโนวา (Antonio Canova) ซึ่งมีต้นแบบมาจากอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ ๘ ในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ส บาซิลิกา

ตึกสันติไมตรีประกอบด้วยอาคารสองหลัง คือ ตึกสันติไมตรีหลังนอก และตึกสันติไมตรีหลังใน หากดูทิศทางจากถนน อาคารที่ใกล้ถนนคือตึกสันติไมตรีหลังนอก (ซึ่งเมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปจะอยู่ทางขวา) แต่เติมตรงกลางระหว่างสองตึกนี้เป็นลานกลางแจ้ง จัดเป็นสวนดอกไม้ มีอ่างน้ำพุหินอ่อนประดับอยู่ตรงกลาง แต่ปัจจุบันปรับปรุงเป็นโถงกลาง มุงหลังคาพอลิคาร์บอเนต และตกแต่งฝ้าเพดานด้วยกระจกฝ้า กรุลวดลายพฤกษาอ่อนช้อย เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานให้กับอาคาร ต่อมาใช้เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และจัดงานกาลาดินเนอร์ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-๑๙ (กบค.) ที่คุ้นตากันดี

ตึกสันติไมตรีหลังนอกสร้างขึ้นเป็นหลังแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีหม่อมหลวง ปุ่ม มาลากุล เป็นสถาปนิก ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคแบบเวนิส (Venetian Gothic) ตึกนี้มีห้องสําคัญ ๒ ห้อง คือ ห้องรับรองใหญ่ที่ใช้จัดประชุมคณะรัฐมนตรีและห้องรับรองขนาดเล็กที่เรียกว่า ห้องสีเหลือง เป็นห้องพักรอของแขกที่มา รวมถึงใช้เป็นสถานที่ลงนามถวายพระพร วัตถุประสงค์ของตึกสันติไมตรีก็เพื่อใช้งานราชการอเนกประสงค์ อาทิ งานเลี้ยง รับรองแขกสําคัญจากต่างประเทศ พิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พิธีมอบรางวัล เป็นสถานที่ประชุมและสัมมนารวมทั้ง รับแขกภายในประเทศจํานวนมากที่ขอเข้าพบ เช่น นักเรียน นักศึกษา กํานัน ผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มบุคคลอื่น ๆ ตึกสันติไมตรีหลังนอกได้มีการปรับปรุงโดยการขยับเวทีออกไปด้านหลังเพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้นในการรองรับการประชุมเอเปคเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖

ส่วนตึกสันติไมตรีหลังใน สร้างขึ้นสมัยจอมพล ถนอม กิติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี มีพันเอก จิระ ศิลปกนก เป็นสถาปนิก สร้างเชื่อมต่อกับตึกสันติไมตรีหลังนอก โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเดียวกันแต่ไม่มีเวที ภายในห้องประดิษฐานพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ฝีมือของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ห้องโถงใหญ่ของตึกใช้เป็นห้องแถลงข่าว จัดงานเลี้ยงรับรอง จัดประชุม รวมทั้งเป็นห้องที่ใช้ในพิธีลงนามความตกลงร่วมกัน และห้องแถลงข่าวกับแขกต่างประเทศ ส่วนห้องรับรองขนาดเล็กชื่อ ห้องรับรองสีฟ้า ตกแต่งสไตล์คลาสสิก สีของเฟอร์นิเจอร์และฝ้าเพดานจะเป็นสีฟ้าตามชื่อห้อง ในห้องประดับภาพวาดสีน้ำมัน ๓ รูป ผลงานของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤตเช่นกัน ห้องนี้เป็นห้องที่รองนายกรัฐมนตรีใช้รองรับแขก เป็นห้องพักรอแขก

ชื่อเรียกห้องสําคัญในตึกสันติไมตรี